ลักษณะภูมิอากาศ
เนื่องจากเป็นดินแดนที่ตั้งอยู่ ในทรอปิก หรือ เขต ร้อน โดยอยู่ระหว่างละติจูดที่ 10องศา ใต้ ขึ้นไป จนถึง ละติจูดที่ 28 องศาเหนือ ดังนั้น จึงทำให้ภูมิภาคนี้มีอุณหภูมิสูง และอากาศร้อนเกือบตลอดทั้งปี ฤดูหนาวไม่หนาวจัด ประเทศที่อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และบูรไน จะมีฝนตกตลอดทั้งปี ประเทศที่อยู่ห่างไกลเส้นศูนย์สูตร เช่น ไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนามและ ฟิลิปปินส์ จะมีฤดูฝน สลับกับฤดูแล้ง ซึ่งเป็นผลเนื่องมาจากอิทธิพล ของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ในช่วงเดือนพฤษภาคม ถึง กันยายน ลมมรสุมจะพัดผ่านมหาสมุทรอินเดีย นำฝนมาตกในแผ่นดินใหญ่ และ ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงเดือนตุลาคม ถึง มกราคม พัดผ่านประเทศจีนลงมา ยังภูมิภาคนี้ ทำให้ มี อากาศเย็นและแห้งแล้ง ยกเว้น เขตทางใต้ คือ บริเวณภาคใต้ของไทย คาบสมุทรมลายู เกาะสุมาตรา บอร์เนียว ชวา และหมู่เกาะฟิลิปปินส์ ซึ่งมีฝนตกชุกตลอดปี ดังนั้น ภูมิอากาศทั่วไป มีทั้งร้อนอบอ้าว ฝนตกชุกและชุ่มชื้น
นอกจากนี้ ยังมีลมที่มีอิทธิพลต่อภูมิอากาศในภูมิภาคนี้ คือ ลมพายุ ที่เกิดขึ้นทุกปี บริเวณน่านน้ำทางตะวันออก ได้แก่ บริเวณทะเลจีนใต้ ลมพายุที่พัดผ่านภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มี 3 ประเภท วัดตามอัตราความเร็วลม คือ พายุ ดีเปรสชั่น พายุโซร้อน และ พายุใต้ฝุ่น พายุ เหล่านี้จะทำให้เกิดฝนตก ทำความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชากรที่อาศัยในบริเวณที่มีพายุพัดผ่าน เช่น น้ำท่วมฉับพลัน ลมแรง ประเทศที่ได้รับความเสียหายมากกว่าประเทศอื่นๆ เช่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ เนื่องจากอยู่ใกล้บริเวณที่เกิดพายุ และมีมีสิ่งป้องกันพายุได้ทันเมื่อพายุมาถึง
สภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรมและสังคม
ลักษณะประชากร มีหลายเชื้อชาติอยู่รวมกัน คือ
1. ออสตราลอยด์ อาศัยอยู่ในหมู่เกาะ แหลมมลายู หมู่เกาะอินโดนีเซีย นิวกินี
จนถึงออสเตรเลีย มีรูปร่างเตี้ย ผิวดำ ผมหยิก จมูกใหญ่
2. นิโกรลอยด์ อพยพเข้ามาในขณะที่พวก ออสตราลอยด์ มีความเจริญ แล้ว มี
ลักษณะ ผิวดำ จมูกใหญ่ ริมฝีปากหนา ผมหยิก ปัจจุบันอยู่ใน เปรัค กลันตัน ในมาเลเซีย
3. เมลานีซอยด์ สันนิษฐานว่าเป็นเผ่าผสม ระหว่าง นิโกรลอยด์ และ ออสตราลอยด์
ปัจจุบัน ไม่มีอยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ อยู่ในหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก หมู่เกาะนิวกินี ออสเตรเลีย
4. มองโกลอยด์ อพยพมาจากตอนกลางของทวีปเอเชีย เข้ามาบนผืนแผ่นดินใหญ่
ประชากรส่วนใหญ่ ได้แก่ ไทย มอญ เขมร ลาว
จากลักษณะภูมิศาสตร์ การอพยพของชนเผ่าต่างๆ ทำให้เกิดการผสมผสานระหว่างเผ่าพันธ์ จน แยกกันไม่ออก นอกจากนี้ยังมีการอพยพ ของจีน และอินเดีย เข้ามาประกอบอาชีพค้าขาย และนำขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมของตนเข้ามาเผยแพร่ ทำให้ ภูมิภาคนี้มีประชากร หนาแน่น ในเมืองใหญ่ และ บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำ ที่สมบูรณ์และเขตภูเขาไฟ โดยประกอบอาชีพเกษตรกรรม และการค้า เมื่อประชากรมากขึ้น ทำให้เกิดปัญหาสังคมและ เศรษฐกิจตามมา
ลักษณะสำคัญทางภาษา
เนื่องจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีประชากรหลายเชื้อชาติและวัฒนธรรม อยู่รวมกัน จังทำให้มีภาษาพูดและเขียนแตกต่างกัน นักภาษาศาสตร์ได้แบ่งตระกูลภาษาไว้ดังนี้
1.ภาษามาลาโย – โพลีนีเชียน พูดกัน ในแหลมมลายู หมู่เกาะอินโดนีเซีย และ ภาษาตากาลอต ในหมู่เกาะฟิลิปปินส์
2. ภาษาออสโตร- เอเชียติก ได้แก่ ภาษามอญ เขมร เวียดนาม
3. ภาษาทิเบโต- ไชนิส ได้แก่ ภาษาพม่า ไทย
4. ภาษาอื่นๆ ได้แก่ ฮินดี จีน อาหรับ อังกฤษ ใช้เป็นภาษาในการติดต่อกับต่างประเทศ และการศึกษา นอกจากนี้ ภาษาจีน ก็เป็นภาษาที่มีความสำคัญในภูมิภาคนี้ในวงการค้าด้วย
อิทธิพลของอารยธรรมภายนอกที่มีต่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เนื่องจากการค้าระหว่างอินเดีย จีน และ อาหรับ ต้องเดินทางผ่านภูมิภาคนี้ จึงทำให้ดินแดนแถบนี้เป็นสถานท แลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างชนชาติต่างๆ และการได้รับอารยธรรมจากพ่อค้าต่างชาติที่เข้ามาตั้งถิ่นฐาน และทำการค้า ได้แก่
1. อารยธรรมอินเดีย ที่เข้ามาเผยแพร่ ได้แก่ กฎหมาย อักษรศาสตร์ ศาสนา ภาษา
ขนบธรรมเนียมประเพณี การปกครอง การเกษตร ฯ การรับอารยธรรมเป็นแบบปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมเดิม ศาสนา ที่เข้ามาเผยแพร่ ได้แก่ ศาสนาพุทธ พราหมณ์ เข้ามาราวพุทธศตวรรษที่ 3 หลักศาสนาพราหมณ์ คือ นับถือเทพเจ้าต่างๆ เช่น พระพรหม พระวิษณุ พระศิวะ บูชาวัว และศิวลึงค์
ศาสนาพุทธ มี 2 นิกาย คือ นิกายมหายาน และ หินยาน เดิมประชากรนับถือนิกายมหายาน นับถือพระโพธิสัตว์ และพระพุทธรูปปางจ่างๆ ต่อมาเสื่อมลง แต่ นิกายหินยาน เป็นที่แพร่หลาย จนถึงปัจจุบัน ได้แก่ ประเทศไทย พม่า ลาว กัมพูชา
ด้านการปกครอง แบบเทวราชาตามคัมภีร์ของศาสนาพราหมณ์ ทำให้กษัตริย์มีอำนาจมาก การประกอบพิธีกรรมต่างๆ ของกษัตริย์ เป็นแบบศักดิ์สิทธิ์ ยังใช้คัมภีร์ของพระมนูธรรมศาสตร์ เป็นหลักในการปกครอง
ด้านอักษรศาสตร์ ได้แก่ วรรณคดี ภาษาสันกฤต บาลี ภาษาสันกฤต เข้ามาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตั้งแต่โบราณ จนเป็นภาษาราชการในปัจจุบัน ในอาณาจักรต่างๆ วรรณกรรมอินเดียที่มีอิทธิพล คือ มหากาพย์รามายณะ มหากาพย์มหาภารตะ และชาดก
ศิลปกรรม ที่เน้นเรื่องศาสนา ได้แก่ งานประติมากรรม สถาปัตยกรรม การแกะสลัก การปั้นรูป การปั้นพระพุทธรูป ภาพวาดฝาผนัง การก่อสร้างโบสถ์วิหาร
อารยธรรมอินเดีย เจริญในราชสำนักและในหมู่คนชนชั้นสูง มากกว่าสามัญชน โดยเฉพาะศาสนาพราหมณ์ ส่วนศาสนาพุทธเน้น ความเสมอภาค เป็นที่ยอมรับสามัญชนและคนชนชั้นสูง
2. อารยธรรมจีน จีนเข้ามาติดต่อค้าขายในภูมิภาคตั้งแต่สมัยโบราณ และเข้ามามี
อิทธิพลทางด้านการเมือง วัฒนธรรมและเศรษฐกิจ แต่มีไม่มากเท่าอินเดีย
ทางด้านการเมือง จีนเป็นมหาอำนาจ อาณาจักรต่างๆ ต้องส่งเครื่องบรรณาการให้จีน 3 ปี ต่อครั้ง เพื่อให้จีนคุ้มครองจากากรรุกรานของอาณาจักรอื่น
ทางด้านเศรษฐกิจ จีนทำการค้ากับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สินค้าสำคัญ ได้แก่ ผ้าไหม เครื่องปั้นดินเผา เป็นต้น การค้ากับจีนทำให้อาณาจักรที่เป็นเส้นทางผ่านมีความเจริญมั่งคั่งขึ้น
ทางด้านวัฒนธรรม อิทธิพลด้านนี้มีน้อยมาก ยกเว้นเวียดนามที่เคยตกเป็นเมืองขึ้น ได้รับวัฒนธรรมจีนไว้มาก เช่น การนับถือลัทธิขงจื้อ ลัทธิเต๋า ประเพณีการแต่งกาย การทำศพ และการใช้ชีวิตประจำวัน
3. อารยธรรมอาหรับ ในราวพุทธศตวรรษที่ 18 ศาสนาอิสลามจากตะวันออกกลา
ได้เผยแพร่เข้ามาในอินเดีย ทำให้ชาวอินเดียหันมานับถือศาสนาอิสลาม โดยเฉพาะพ่อค้าจากอินเดียตอนใต้ ซึ่งติดต่อค้าขายในหมู่เกาะของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อยู่เป็นประจำ ได้นำศาสนาอิสลามเข้ามาเผยแพร่ ผุ้นำทางการเมืองของรัฐในหมู่เกาะต่างๆ ต้องการต่อต้านอำนาจทางการเมืองของ อาณาจักรมัชปาหิต อาณาจักรฮินดูบนเกาะชวา ซึ่งกำลังแผ่อำนาจอยู่ จึงหันมานับถือศาสนาอิสลาม เพราะให้ประโยชน์ในการสร้างอำนาจทางการเมือง กล่าวคือ ผู้นำรัฐนอกจากจะเป็นประมุขทางการเมืองและยังเป็นประมุขทางศาสนาด้วย และยังเป็นประโยชน์ทางการค้ากับพ่อค้ามุสลิม ตามหลักศาสนาอิสลาม ที่ว่าทุกคนที่นับถือศาสนาอิสลาม เป็นพี่น้องกันต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ทำให้ศาสนาเป็นที่นิยมของกษัตริย์ และชาชั้นสูง เพราะศาสนาอิสลามที่เข้ามาเผยแพร่ได้ปรับให้สอดคล้องกับความเชื่อของชาวพื้นเมือง โดยเฉพาะ ตามเมืองใหญ่ที่เป็นศูนย์กลางการค้า เมืองท่าริมชายฝั่งทะเลบริเวณช่องแคบมะละกา และในพุทธศตวรรษที่ 22 ได้มีศูนย์กลางที่อาณาจักรมะละกา จนถึงแหลมมลายู และด้านตะวันออกของเกาะสุมาตรา จนถึงด้านตะวันตก และทางใต้ ตามเส้นทางการค้า ทำให้ประชากรในแถบนี้ นับถือศาสนาอิสลามเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะผู้ครองแคว้น เช่น ปาหัง ไทรบุรี กลันตัน ตรังกานู ปัตตานี ได้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม ทั้งที่ความเชื่อเดิมยังอยู่ เช่นการใช้พิธีการของฮินดูในราชสำนัก แม้แต่มัสยิดยังมีสถาปัตยกรรมคล้ายฮินดู
4. อารยธรรมตะวันตก ชาติตะวันตกเข้ามาในภูมิภาคนี้เมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่
21 เพื่อทำการค้าและเผยแพร่ศาสนา สินค้าที่ชาวยุโรปต้องการ ได้แก่ พริกไทย และเครื่องเทศ ในระยะแรกความสนใจของชาวยุโรปจำกัดอยู่เฉพาะบริเวณหมู่เกาะ และบริเวณชายฝั่ง ต่อมาในพุทธศตวรรษ ที่ 23 และ 24 ความสนใจของยุโรป ขยายไปถึงดินแดนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกือบทั้งหมด
เดิมอาณาจักรต่างๆ มีความแตกต่างกันทางด้านเชื้อชาติและภาษา แต่หลังจากได้รับอารยธรรมอินเดีย จีน อาหรับ แล้ว อารยธรรมใหม่ที่เกิดขึ้นจากการผสมผสาน กัน ทำให้ประชากรในภูมิภาคมีสังคม ขนบธรรมเนียมประเพณีที่คล้ายคลึงกัน ยึดมั่นเป็นเอกลักษณ์ก่อนที่ชาติตะวันตกจะเข้ามา อย่างไร ก็ตามยังคงมีการแข่งขันกันทางด้านการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ จนขาดความสามัคคี ไม่สามารถที่จะต่อต้านการขยายตัวของชาติตะวันตกได้ และในที่สุดก็ตกเป็นอาณานิคมของตะวันตก ซึ่งเผยแพร่อารยธรรมของตนในภูมิภาค ได้แก่ ภาษา ศาสนา ขนบธรรมเนียมประเพณี และการดำรงชีวิต
สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ
อาชีพที่สำคัญ
1. เกษตรกรรม ในเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำ จะมีตะกอนมาทับถม ที่ให้มีความอุดมสมบูรณ์
เหมาะในการเพาะปลูก มีการทำนา ปลูก พืช ผัก ผลไม้ ได้ตลอดปี
เขตภูเขาไฟ จะมีดินที่มีร่าตุสูง ได้แก่บริเวณ เกาะสุมาตรา ชวา ฟิลิปปินส์ ผลผลิตที่ได้เพื่อการบริโภค และส่งเป็นสินค้าออก
2. การทำป่าไม้ ในภูมิภาคนี้มีไม้นานาชนิด ประชากรจึงมีอาชีพเก็บของป่า ทำป่าไม้
และนำไม้มาใช้ประโยชน์ เช่น การสร้างที่อยู่อาศัย เครื่องเรือน ฯ ไม้ที่มีค่าทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ไม้สัก ไม้เต็ง ไม้ รัง ไม้มะค่า ไม้ แดง ไม้ยาง เป็นสินค้าออกไปจำหน่ายในต่างประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยป้องกันน้ำท่วมและเป็นที่พักผ่อนด้วย
การทำป่าไม้ในอินโดนีเซีย
3. การเลี้ยงสัตว์ จะทำคู่กับการเกษตรกรรม และการทำป่าไม้ เพราะ ต้องใช้แรงงานสัตว์
เช่น โค กระบือ ม้า ช้าง เป็นต้น สัตว์ที่เลี้ยงไว้เป็นอาหารและส่งเป็นสินค้าออก ได้แก่ แพะ แกะ เป็ด ไก่ สุกร สัตว์มักเลี้ยงในที่ราบ
4. การประมง มีการทำประมง 3 ประเภท ได้แก่ การประมงน้ำจืด ทำบริเวณ แม่น้ำลำ
คลอง การประมงน้ำเค็ม จะทำบริเวณชายทะเล ทะเล มหาสมุทร มีการทำประมงมากบริเวณ อ่าวไทย ทะเลอันดามัน อ่าวเบงกอล ประเทศที่มีการประมงมาก ได้แก่ ไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ปัจจุบันมีการทำประมง เพื่อการค้า และส่งออกในรูปแบบแช่แข็ง และแปรรูป
5. การทำเหมืองแร่ แร่ที่ทำรายได้มากในภูมิภาคนี้ได้แก่ แร่ดีบุก น้ำมัน เหล็ก พลวง ทองแดง ทังสเตน เป็นต้น มีมากในมาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย เป็นสินค้าส่งออก
6. การทำอุตสาหกรรม มีการทำอุตสาหกรรมในครัวเรือน ที่เรียกว่า หัตถกรรม มากกว่า
อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น การทอผ้า เครื่องถม เครื่องจักรสาน เครื่องเขิน เครื่องปั้นดินเผา การทำร่ม โดยอาศัยวัตถุดิบในประเทศ ทีแสดงถึง ศิลปวัฒธรรมประจำชาติและเป็นของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว
นอกจากนี้ยังมีอุตสาหกรรมขนาดเล็ก ที่ใช้เครื่องจักรช่วย เช่น โรงงานน้ำปลา ไม้ขีดไฟ โรงเลื่อย โรงสีข้าว ฯ อุตสาหกรรมเบา เช่น อุตสาหกรรมทอผ้า แปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องหนัง อัญมณี เซรามิก และ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่นำรายได้เข้าประเทศอย่างมหาศาล ผลจากที่รัฐบาลมีนดยบายส่งเสริมการท่องเที่ยงทำให้บางประเทศกลายเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ (NICs: Newly Industrailized Countries) ได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์
7. การพาณิชยกรรม มีการส่งสินค้าออก ในภูมิภาคนี้ ได้แก่ วัตถุดิบ และ สินค้า
สำเร็จรูป คือ ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เช่น ผลิตภัณฑ์สิ่งทอ อัญมณี เครื่องหนัง แผงวงจรไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เช่น ข้าวเจ้า ยางพารา น้ำตาล ไม้เนื้องแข็ง มันสำปะหลัง แร่ต่างๆ เช่น ดีบุก น้ำมัน สังกะสี นอกจากนี้ยังมีสินค้าหัตถกรรม ส่วนสินค้านำเข้า ได้แก่ เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกล รถยนต์ และ ยารักษาโรค ประเทศที่อยู่ติดทะเล จะมีความเจริญทางด้านการค้า เนื่องจาก ที่ตั้งอยู่ริมทะเล เป็นเส้นทางการเดินเรือที่สำคัญ สะดวกแก่การติดต่อ และมีท่าเรือขนถ่ายสินค้า
8. การคมนาคม มีทั้งทาง บก ได้แก่ ทางรถยนต์ รถไฟ ระหว่างเมือง ระหว่างประเทศ
และภูมิภาค เช่น ถนนสาย R 3 a ถนนสายเอเชีย
ทางน้ำ มีการคมนาคมระหว่างเมือง ประเทศและ ภูมิภาค มีการใช้เรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ เช่น บริเวณช่องแคบมะละกา บริเวณช่องแคบมะละกา ระหว่างประเทศสิงคโปร์กับ อินโดนีเซีย นอกจากนี้ ยังมีการคมนาคมทางน้ำในแม่น้ำโขง จากไทย ถึงจีน ด้วย
ทางอากาศ มีสายการบินในระดับภูมิภาค และระดับโลก มีท่าอากาศยานที่ใหญ่และทันสมัย อำนวยความสะดวกแก่นักธุรกิจ พ่อค้า นักท่องเที่ยว ได้แก่ ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ